กรุณาใส่เบอร์โทรศัพท์ ก่อนการชำระเงิน

สรุปจากงานวิจัย 3 สารสกัดที่ช่วยบำรุงข้อเข่าได้ดีที่สุด

blank

อาการปวดเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นเรื่องที่ชวนให้หงุดหงิดและทรมานอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะจะทำอะไร จะลุก นั่ง เดิน ก็ปวดไปหมด วันนี้ทางแอดมินได้สรุปงานวิจัยเกี่ยวกับการบำรุงข้อเข่าของทั้งต่างประเทศและในไทย มาดูกันว่าจากงานวิจัยจะมีสารสกัดอะไรบ้างที่มีสรรพคุณในการบำรุงข้อเข่าได้ดีที่สุด

คอลลาเจนชนิดยูซีทู (UC-II)

blank
กลไกการทำงานของคอลลาเจนยูซีทูในร่างกาย

คอลลาเจน คือโครงสร้างโปรตีนที่อยู่ในร่างกายมีด้วยกันหลายชนิด สำหรับในกระดูกอ่อนและข้อต่อจะประกอบขึ้นจากคอลลาเจนชนิดที่ 2 มากถึง 90% เมื่อมีอายุมากขึ้นกระดูกอ่อนข้อเข่าจะเริ่มเสื่อมสภาพ ผุกร่อนไป เกิดการสูญเสียคอลลาเจนชนิดที่ 2 ในข้อเข่า ซึ่งทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมนั่นเอง จากงานวิจัยพบว่าการรับประทานคอลลาเจนชนิดที่ 2 ชนิดยูซีทู (UC-II) จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในข้อเข่าที่เสื่อมสภาพไปได้ โดยมีงานวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างคอลลาเจนทั่วไปกับคอลลาเจนชนิดยูซีทู (UC-II) ในการบำรุงข้อเข่า พบว่าคอลลาเจนยูซีทูมีประสิทธิภาพสูงกว่าคอลลาเจนทั่วไป (คอลลาเจนจากปลา) ถึง 500 เท่า สำหรับคอลลาเจนทั่วไปจำเป็นต้องทานปริมาณสูงถึง 10,000 – 20,000 มก. ถึงจะเกิดประสิทธิภาพ แต่คอลลาเจนยูซีทูรับประทานเพียง 20-40 มก. ต่อวันเท่านั้นก็ให้ประสิทธิภาพในการเสริมสร้างข้อเข่าเพียงพอแล้ว

blank
*คะแนนน้อยลงแปลว่ามีการปวดน้อยลง เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

ส่วนงานวิจัยอีกชิ้นนึง ทำการวิจัยประสิทธิภาพของคอลลาเจนยูซีทู (UC-II) ในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปและมีปัญหาปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อม โดยแบ่งผู้เข้าทดสอบจำนวน 191 คนเป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มให้รับประทานสาร 1.ยูซีทู (UC-II) 2.กลูโคซามีนและคอนดรอยติน 3.ยาหลอก เป็นระยะเวลา 180 วัน พบว่ากลุ่มที่ทานยูซีทู (UC-II) ได้ผลดีในการลดอาการเจ็บปวดและลดความฝืดของข้อ และยังเพิ่มการเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับ 2 กลุ่มที่เหลือ

เคอร์คูมิน สารสกัดจากขมิ้นชัน

blank
เคอร์คูมิน สารสกัดจากขมิ้นชัน

ในขมิ้นชันมีสารสำคัญชื่อเคอร์คูมิน ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบได้ผลใกล้เคียงยากลุ่ม NSAIDs แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า โดยการศึกษาทั้งในไทยและต่างประเทศในการใช้ขมิ้นชันในผู้ที่ข้อเข่าเสื่อมระดับปานกลางพบกว่า สามารถช่วยลดอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อเข่าได้อย่างเห็นผล แต่เนื่องจากสารเคอร์คูมินในขมิ้นชันถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยมาก จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงสารเคอร์คูมินในอยู่ในรูปแบบฟอสโฟลิปิด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมได้ดีกว่าขมิ้นชันทั่วไปถึง 48 เท่า ทำให้มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการจากข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่า โดยไม่จำเป็นต้องทานในปริมาณมาก ๆ

เซซามิน สารสกัดจากงาดำ

blank
เซซามิน สารสกัดจากงาดำ

เซซามิน เป็นสารสำคัญที่อยู่ในงาดำ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พบว่า เซซามินมีสรรพคุณช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยต้านการอักเสบ และยังมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารอินเตอร์ลิวติน-1 เบต้า (IL-1β) ที่เป็นตัวกระตุ้นการสลายตัวของคอลลาเจนในกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวกระดูกอ่อนข้อเข่าบางลง โดยหากร่างกายได้รับสารเซซามินในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยยับยั้งการเสื่อมของข้อเข่าและช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อกระดูกใหม่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีอีกงานวิจัยเกี่ยวกับงาดำในต่างประเทศในคนที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม พบกว่าการใช้สารสกัดงาดำจะช่วยลดอาการปวด บวมของข้อเข่า ช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ได้ผลเทียบเท่ากับการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่นกัน แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า

สรุป

blank

จากที่ได้ศึกษางานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมและสารสำคัญที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเข่า และช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างกระดูกอ่อนข้อเข่าที่สึกหรอจากข้อเข่าเสื่อม จะมีสารสำคัญอยู่ 3 ชนิดที่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ยืนยันสรรพคุณจากงานวิจัยหลากหลายฉบับทั้งในไทยและต่างประเทศ ได้แก่ คอลลาเจนยูซีทู (UC-II) เคอร์คูมินสารสกัดจากขมิ้นชันและเซซามินสารสกัดจากงาดำ หากผู้อ่านสนใจก็ไปลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ หากได้ผลดีอย่างไรมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ 🙂

blank

อ้างอิง

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4278207/

https://mauersportsnutrition.com/blogs/articles/what-is-collagen-complete-guide-benefits-types-sources-more

https://www.researchgate.net/publication/323664753_Collagen_from_Marine_Biological_Sources_and_Medical

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4015808/

https://examine.com/supplements/type-ii-collagen/

https://www.jeuneora.co.nz/blogs/news/understanding-the-different-types-and-sources-of-collagen

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24153020

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2764342/

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22646286